TH / EN
ติดต่อเรา
CONTACT US
 
 
 
 
บ้านน้ำเค็ม
 
ชุมชนบ้านเดิมเป็นชุมชนขนาดเล็กประมาณ 30 กว่าครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา พื้นที่ชุมชนด้านทิศตะวันตกติดต่อกับทะเลอันดามัน ในช่วงปี พ.ศ. 2510-2515 มีการอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ดีบุกทั้งบนบกและในทะเล ส่งผลให้มีแรงงานหลั่งไหลเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านน้ำเค็มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชุมชนขยายตัวและการประกอบอาชีพประมงลดน้อยลง นอกจากนี้ สภาพสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่ยังแบ่งแยกตามกลุ่มเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มคนที่โยกย้ายถิ่นฐานเข้ามา ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2530 จำนวนแร่ที่ขุดได้อย่างต่อเนื่องก็หมดลงและการขุดแร่ได้ยุติลง ชาวชุมชนบ้านน้ำเค็มจึงเริ่มกลับมาทำการประมงอีกครั้ง รวมไปถึงกิจกรรมต่อเนื่องจากการประมงอื่น ๆ เช่น การแปรรูปผลผลิตประมง ซึ่งวิถีอาชีพหลักของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน


บ้านน้ำเค็มหลังเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ

หลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความสูญเสียมากที่สุด ทั้งทรัพย์สิน ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ชาวบ้านประมาณ 1 ใน 4 จากประชากรราว 4,200 คนได้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว บ้านเรือนราวร้อยละ 80 พังเสียหายทั้งหมด ส่วนที่เหลือก็อยู่ในสภาพที่ชำรุดต้องบูรณะซ่อมแซมใหม

ชุมชนบ้านน้ำเค็มได้รับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนมูลนิธิฯ ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การดำรงชีวิตและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เล็งเห็นว่า การฟื้นฟูชุมชนและเตรียมรับภัยพิบัติอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของชุมชน ชุมชนบ้านน้ำเค็มจึงได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนากระบวนการชุมชน จนต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นกลุ่มประชาคมในพื้นที่ ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง


ศูนย์ประสานงานชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิ บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา

รูปแบบนิติบุคคลที่มีความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้รับมาได้ด้วยตนเอง ได้แก่ 1) การจัดตั้งธนาคารชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวมกันกว่า 1,100 คน มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกันทั้งสิ้นกว่า 13 ล้านบาท 2) การจัดตั้งสหกรณ์เพื่อที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการ “บ้านมั่นคง” ดำเนินการโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) โดยสมาชิกสหกรณ์มีทั้งสิ้น 56 ครัวเรือน การให้สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพรายกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีการส่งเสริมกลุ่มอาชีพต่าง ๆ รวม 22 กลุ่ม เช่น กลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง กลุ่มโรงกลึง กลุ่มแปรรูปสิ่งประดิษฐ์จากไม้ กลุ่มมัดย้อม กลุ่มบาติก กลุ่มประมง เป็นต้น

ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยสึนามิเป็นสะพานที่เชื่อมประสานคนในชุมชนบ้านน้ำเค็มกับแหล่งเงินทุน และความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาจากภายนอก อีกทั้งยังเชื่อมโยงองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิในพื้นที่อื่นเข้าด้วยกัน รวมทั้งเชื่อมต่อกับทั้งรัฐและเครือข่ายหลายระดับ โดยเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ที่เด่นชัด ได้แก่ การแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย การอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิม (รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมของคนไทยพลัดถิ่น) ตลอดจนถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนโดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพ


การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน

การจัดการภัยพิบัติของชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นตัวอย่างของการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติด้วยตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมและรอบด้าน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการพัฒนาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นผู้คิดและทำเองนั้น ทำให้คนในชุมชนมั่นใจและพร้อมที่จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยมีหลักสำคัญของการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมรับธรณีพิบัติภัย ดังนี้


สิ่งสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติช่วงวิกฤติ (ขณะเกิดเหตุและภายใน 7 วัน)

1. จุดนัดหมาย หมายถึงจุดปลอดภัยที่เกิดจากกระบวนการทำแผนเตรียมความพร้อมด้วยกันในชุมชน และกำหนดจุดปลอดภัยไว้ อาจมีมากกว่าหนึ่งจุด แต่ทุกคนในชุมชนรู้ว่าจะไปจุดปลอดภัยใด และคนในบ้านจะต้องเข้าใจตรงกันว่าไม่ต้องตามหากัน แต่จะพบกัน ณ จุดปลอดภัยของชุมชน เมื่อมาถึงจุดปลอดภัยแล้ว แต่ละฝ่ายจะดำเนินการตามหน้าที่ที่ร่วมกันกำหนดตามแผน เช่น ฝ่ายลงทะเบียนความเดือดร้อน ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ฝ่ายอพยพค้นหา และฝ่ายโรงครัว

2. โรงครัว อาหารเป็นเรื่องแรกที่ต้องมีการเตรียม ดังนั้นฝ่ายโรงครัวจะต้องปฏิบัติการทันที โดยได้รับทรัพยากรและวัตถุดิบจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนั้น ศูนย์พักหรือจุดปลอดภัยจะต้องเป็นพื้นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องครัว และสิ่งของที่จำเป็นอื่น ๆ ด้วย เช่น เรือกู้ภัย เครื่องมือกู้ภัย และวิทยุสื่อสาร เป็นต้น

3. ทีมกู้ภัย หมายถึง ทีมอาสาสมัครที่มีหน้าที่ช่วยเหลือกู้ภัย ต้องออกปฏิบัติการทันทีเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ เช่น เด็ก คนชรา ผู้ป่วย และ/หรือผู้ที่กำหนดในแผนไว้ว่าไม่อพยพเพื่อเฝ้าระวังตรวจตราในพื้นที่ โดยทีมกู้ภัยต้องสนับสนุนเรื่องอาหาร และของยังชีพอื่น ๆ ตามความจำเป็น

4. ข้อมูล หมายถึงต้องมีทีมสำรวจข้อมูลสมาชิกและลงทะเบียนว่ามีใครตกสำรวจหรือไม่ รวมถึงข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อประสานขอความช่วยเหลือไปยังภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงเป็นฐานข้อมูลที่จะดูแลผู้เดือดร้อนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม


สิ่งสำคัญช่วงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ

1. การวิเคราะห์ข้อมูล หมายถึง เมื่อได้ข้อมูลจากการสำรวจความเสียหายแล้วนำข้อมูลที่ได้มาประมวลประเด็นสำคัญ เช่น จำนวนครอบครัวผู้เสียหาย ความเสียหายอื่น ๆ ทั้งหมด และจัดลำดับความสำคัญที่ต้องฟื้นฟูแก้ปัญหารวมทั้งติดข้อมูลในที่เปิดเผย และนำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ซ้ำซ้อน

2. การจัดทำแผนการฟื้นฟูชุมชน เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และเริ่มการฟื้นฟูโดยเริ่มจากภายในชุมชนก่อน

3. การจัดตั้งคณะทำงานจากสมาชิกในชุมชน

4. การสร้างบ้าน ทั้งบ้านชั่วคราวและบ้านถาวร ซึ่งการสร้างบ้านถาวรควรให้ชุมชนบริหารจัดการทั้งด้านแรงงานและงบประมาณ

ทั้งนี้ การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นที่บ้านน้ำเค็ม ได้กลายเป็นกรณีศึกษา และได้รับการผลักดันเป็นนโยบายของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ในการดำเนินโครงการ “ชุมชนเข้มแข็งเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน” ใน 18 ชุมชนนำร่องจาก 18 เขตทั่วประเทศ นอกจากนั้น หน่วยงานต่างประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น องค์การอนามัยโลก ได้นำบทเรียนนี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก


2. งานวิจัยเรื่อง “ประชาสังคม เครือข่าย และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา” โดย ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ และปูรณ์ ขวัญสุวรรณ

โครงการหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย (บ้านทุ่งรัก)

ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา


ความเป็นมา/แนวพระราชดำริ

พื้นที่บนเกาะพระทอง ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่ประสบภัยพิบัติจาก คลื่นยักษ์สึนามิ บ้านเรือนราษฎร โรงเรียน สถานีอนามัย เรือประมงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย พื้นที่บนเกาะได้ถูกคลื่นยักษ์พัดเข้าทำความเสียหายทั้งหมด สภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ไม้ยืนต้นล้มตาย บ่อน้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้นที่ราษฎรได้ใช้ในการอุปโภค-บริโภคกลายเป็นแหล่งน้ำที่ไม่สามารถใช้ได้

นอกจากนี้ ราษฎรส่วนใหญ่ซึ่งมีอาชีพประมงพื้นบ้านยังมีความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่ได้ประสบมา ว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ราษฎรส่วนใหญ่จึงไม่อยากกลับไปอยู่อาศัยในพื้นที่เดิมอีก ในช่วงที่ผ่านมาราษฎรได้อาศัยอยู่บริเวณบ้านพักชั่วคราวที่ส่วนราชการสร้างขึ้น แต่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะจัดหาพื้นที่ตั้งชุมชนอย่างถาวรได้ที่ใด เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่บนฝั่งมีราคาแพงและส่วนราชการไม่มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและสภากาชาดไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ โดยสร้างเป็นชุมชนตัวอย่าง มีการจัดสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน บ้านพักถาวร การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ราษฎรสามารถอยู่อาศัยและประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน


ลักษณะโครงการ

สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการฯ โดยแบ่งเป็น 4 แผนงานหลัก ดังนี้

1. แผนงานจัดสร้างที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคพื้นฐานและจัดระเบียบชุมชน

2. แผนงานพัฒนาสังคม ได้แก่ การส่งเสริมจริยธรรม การส่งเสริมสุขภาพอนามัยและพัฒนาสุขภาพจิต การส่งเสริมและพัฒนาเด็ก และเยาวชน การพัฒนาสวัสดิการสังคม

4. แผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียสู่ชุมชน และการปรับปรุงและพัฒนาสภาพพื้นที่ป่า

เบื้องต้นมีราษฎรผู้ประสบภัยที่พร้อมที่จะเข้าอาศัยอยู่ในโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งสิ้น 108 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรจากตำบล เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา นอกจากนี้ในการออกแบบโครงการจะเตรียมพื้นที่เพื่อสามารถรองรับราษฎรที่เดือดร้อน เพิ่มได้อีกประมาณ 80 ครัวเรือน


การดำเนินงานในระยะต่อไป

1. ด้านการศึกษา ในบริเวณใกล้พื้นที่โครงการฯ มีโรงเรียน จำนวน 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านทุ่งรัก ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา และโรงเรียนคุระบุรีพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยวางเป้าหมายพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอน รวมทั้งการก่อสร้าง อาคารเรียนเพิ่มเติม การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียน เพื่อรองรับเด็กนักเรียนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่โครงการฯ

2. ด้านสาธารณสุข บริเวณพื้นที่โครงการจะมีสถานีอนามัยแม่นางขาวและโรงพยาบาลคุระบุรี ซึ่งจะดำเนินการปรับปรุงสถานีอนามัย แม่นางขาวและพัฒนาศักยภาพการรักษาและการบริการให้ได้ตามมาตรฐาน ส่วนบริเวณอาคารอำนวยการในโครงการฯ จะจัดเป็น ห้องพักพยาบาลสำหรับดูแลรักษาราษฎรและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นซึ่งสาธารณสุขจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ประจำโครงการฯ เพื่อให้บริการ ดูแลรักษา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคต่างๆ แก่ราษฎรในหมู่บ้าน

3. ด้านการฝึกอาชีพ ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง การแปรรูปอาหารทะเล รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้าน โดยส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ทางการเกษตร เช่น การทำกะปิ กล้วยฉาบ มันฉาบ และการทำผ้าบาติก เป็นต้น

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 
  © Copyright 2014 tsunamimemorial All Rights Reserved.